Category: สุขภาพ

นอนกรนอันตราย แต่รักษาได้

นอนกรน อาจดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาที่สามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย แต่รู้ไหมว่าอาการนอนกรน (Snoring) อาจเกิดควบคู่กับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive sleep apnea : OSA) ที่เป็นอันตรายต่อชีวิตได้ แต่ก็สามารถรักษาได้ ไม่ต้องกังวลไป นอนกรน อันตรายกว่าที่คิด คนที่นอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ จะมีอาการง่วงมากผิดปกติในเวลากลางวัน (Excessive daytime sleepiness)…

 ปวดหัวไมเกรน

 ปวดหัวไมเกรน เป็นความเจ็บป่วยทางร่างกายที่พบบ่อย โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงาน ผู้คนในสังคมต้องเผชิญกับความเครียดอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นความเครียดสะสมที่บั่นทอนร่างกายและจิตใจ ส่งผลให้เกิดอาการป่วยด้วยโรคต่างๆ หนึ่งในนั้นก็คืออาการปวดหัวไมเกรน อาการปวดหัวไมเกรน คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าอาการที่แสดงคือ ปวดหัวข้างเดียวแต่ในความเป็นจริงแล้ว อาการปวดหัวไมเกรนก็สามารถปวดหัวทั้งสองข้างการปวดหัวข้างใดข้างหนึ่ง เป็นลักษณะเฉพาะของไมเกรน เนื่องจากมีจุดหรือแหล่งกำเนิดที่ทำให้ปวดหัว ส่วนมากอยู่บริเวณก้านสมอง มีการส่งสัญญาณทางระบบประสาท เพื่อไปกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติ และระบบหลอดเลือดของสมอง รวมทั้งการส่งผ่านสัญญาณของเส้นประสาทมาทางเส้นประสาทสมอง ซึ่งเป็นเส้นประสาทที่รับความเจ็บปวดบริเวณใบหน้าและศีรษะ อาจทำให้บางครั้งเริ่มต้นปวดหัวข้างใดข้างหนึ่ง…

ใส่หน้ากากอนามัยยังให้ให้ถูกต้อง

สถาณการ์ณ โควิด19 ไวรัสที่กำลังระบาด ทำให้หลายคนมีการกักตุนหน้ากากอนามัยเป็นจำนวนมาก แต่การป้องกันไม่ได้มีเพียงหน้ากากอนามัย เพราะการใส่หน้ากากอนามัยไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่ต้องทำร่วมกันไปด้วยหลายอย่าง อย่างเช่น เลี่ยงการอยู่ในที่แออัด ล้างมือให้สะอาดสม่ำเสมอ อยู่ให้ห่างคนที่ป่วย ต้องทำควบคู่กัน จึงจะช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ คนที่ควรใส่หน้ากากอนามัยคือผู้ป่วยที่มีน้ำมูก ไอ หรือจาม และคนที่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อ เช่น คนขับรถแท็กซี่…

 “ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019”

              ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ ไวรัสอู่ฮั่น โควิด19 ที่กำลังระบาดหนักอยู่ขณะนี้อย่างแน่นอน กลุ่มไวรัสโคโรนานั้น ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1960 ทำให้เกิดไข้หวัดทั่วไป แต่ไม่ได้มีอาการรุนแรงมาก ล่าสุดพบที่เมืองอู่ฮั่น…

วิธีสังเกตดวงตาผู้ที่ได้รับสารเสพติด

การพบปะผู้คนนั้นเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าหากว่าเรากำลังพบคนที่ไม่ปกติเราจะสังเกตอย่างไร? วันนี้เรามานำเสนอวิธีสังเกตม่านตาของคู่สนทนา ซึ่งทำให้เราสามารถรับรู้ได้ว่าคนผู้นั้นปกติหรือไม่ ปลอดภัยต่อร่างการและทรัพสินของเราหรือเปล่า โดยเราจะนำเสนอม่านตาของผู้ที่ใช้สารเสพติดหรือสารที่มีฤทธิ์ต่อประสาทที่ส่งผลให้สีตาเปลี่ยนไป โดยจะเห็นชัดสุดในช่วง 2 ชั่วโมงแรก  และดวงตาของพวกเขาจะไวต่อแสง เพราะรูม่านตาขยายออก เห็นได้ว่าบางคนนั้นอาจใส่แว่นดำ บางคนตาแข็งผิดปกติ ซึ่งสารเหล่านี้จะตกค้างภายในร่างกายประมาณ 48 ชั่วโมง   โดยคนพวกนี้อาจเกิดอาการคลุ้มคลั่งเมื่อไรก็ได้ หรือมีความสามารถในด้านการคุมอารมณ์ที่บกพร่อง ไม่เสถียร…